พระเครื่อง
รายการประกวดพระเครื่อง
รายการใหม่เดือนนี้
  บริการ พระเครื่อง สิ่งสะสม
  แท้ มาตรฐานสากล

  เว็บไซต์พระเครื่องออนไลน์
  ที่เช่าหาได้อย่าง ... ปลอดภัย
  www.Collection9.net
  พระกรุวัดราชบูรณะ
  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  หากสิ่งที่ต้องการ คือ ความแท้
  ที่นี่ เรามีคำตอบ
  www.Collection9.net
กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะแตก และ บันทึกคำให้การคนร้ายผู้ขุดกรุ
eXTReMe Tracker


แหล่งข้อมูล สาระ พระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงคล ของสะสม
 ค้นหาคอลัมน์หรือบทความพระเครื่อง    

กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะแตก และ บันทึกคำให้การคนร้ายผู้ขุดกรุ

กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะแตก และ บันทึกคำให้การคนร้ายผู้ขุดกรุ ผลจากการขุดค้นกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุได้สมบัติของมีค่ามาก จึงกลายเป็นเหตุเร่งเร้าให้คนร้ายคิดเห็นเป็นตัวอย่างว่ากรุพระปรางแห่งอื่น ๆ ก็คงมีสมบัติมหาศาลเช่นเดียวกัน ปรากฏว่าต่อมาพระปรางค์วัดราชบูรณะถูกคนร้ายลักขุดแต่ยังไม่ถึงกรุ เมื่อกรมศิลปากรทราบก็กลัวของในกรุวัดราชบูรณะจะถูกลักขุดจึงได้ขุดต่อตามรอยคนร้ายได้เล็กน้อยและพอรู้เค้าแล้วว่าต้องมีกรุสมบัติอยู่ข้างในแน่ แต่เนื่องจากขณะนั้นถูกหนังสือพิมพ์วิจารณ์โจมตีกล่าวหาว่า กรมศิลปากรดีแต่ขุดพระขุดหาสมบัติ ไม่ได้ทำอะไรเอาแต่ขุดกรุ แทนที่จะบูรณะโบราณสถานให้คงสภาพสวยงามตามหน้าที่รับผิดชอบที่ตั้งขึ้นมา หากกลับไปทำอย่างอื่นที่ไม่เข้าเรื่องเข้าราว กรมศิลปากรจึงต้องกลบรอยขุดไว้ กะว่าพอหนังสือพิมพ์เงียบลืมไปสักพักก็จะกลับมาขุดต่อ และมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลรักษา

แต่ข่าววี่แววว่าจะมีสมบัติของมีค่าฝังอยู่ในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะคงล่วงรู้ไปยังหูชาวบ้านทั่วไป แม้แต่ตำรวจที่จัดไปเฝ้ารักษาการณ์ก็คงทราบดี ทำให้คนร้ายเห็นช่องทางลักลอบขุดกรุได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้เพราะตัวการสำคัญในการลักขุดคือ จ.ส.ต. หัวหน้าเฝ้ายาม และพลตำรวจอีกนายหนึ่ง ได้กลายเป็นตัวการร้ายเสียเองโดยไปชักชวนคนร้ายให้มาลักขุด พอขุดได้ก็แบ่งปันกันเอาเครื่องทองไปขายได้เงินมากจึงซื้อเหล้ากินกันเมามาย จะเป็นด้วยเทวดาอารักษ์ท่านจะทรงคุ้มครองทรัพย์สมบัติเหล่านั้นอยู่หรืออย่างไรไม่ทราบ จึงบันดาลให้ตำรวจนายหนึ่งแทนที่จะเดินกลับบ้านเอาเงินเอาทองไปแจกลูกเมีย กลับเดินแวะเข้าไปในโรงพักเมาแอ๋ขึ้นไปหาผู้กำกับการตำรวจภูธร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ต.ท. วุฒิ สมุทรประภูติ) แล้วพูดจาทำนองว่า วันนี้เขาร่ำรวยจากได้ข้าวของเงินทองมาเยอะแยะ ท่านผู้กำกับการฯ สนใจจะเอาบ้างไหมจะแบ่งให้ ทายเหมือนกับเป็นลางไม่ดี ทำให้ผู้กำกับการตำรวจภูธรเลียบเคียงสอบถามจึงรู้เรื่องขึ้น และสั่งจับกุมตำรวจและพวกนักเลงขุดกรุทันที ด้วยความเฉียบขาดเข้มแข็งในการปฎิบัติงานของ พ.ต.ท.วุฒิ สมุทรประภูติ ทำให้สามารถติดตามจับกุม ยึดของกลางเป็นเครื่องทองกลับคืนมาได้เป็นอันมาก อย่างเช่น มงกุฏ กับ พระแสงขรรค์ชัยศรี ไปยึดมาได้ขณะคนร้ายกำลังเอาใส่หัว มือถือพระขรรค์แต่งตัวเป็นกษัตริย์ร้องลิเกรำป้อให้คนดูอยู่ที่ตลาดหัวรอ ยังไม่ทันเอาไปขาย เป็นต้น และรีบแจ้งให้กรมศิลปากรทราบอย่างรวดเร็ว นับว่าทางราชการต้องขอบคุณท่านในการช่วยปกป้องทรัพย์สมบัติอันมีค่าของชาติในครั้งนี้

รายละเอียดการขุดค้นกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะมีอย่างไร และมีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลเพียงใด ไม่มีใครจะเล่าได้ดีเท่ากับเจ้าตัวคนร้ายผู้ลงมือทำการเอง ดังนั้นขอให้ฟังจากบันทึกสอบสวนปากคำให้การของคนร้ายที่ตำรวจได้บันทึกไว้ดังนี้

" ... ผมได้ทำการขุดตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2500 ได้คิดกับพวก 20 คน ว่าเราไปขุดกันวันที่ 25 เถิด เพราะวันนั้นไม่มีคนพลุกพล่าน พอเวลาเย็นที่ 25 ผมกับพวก 20 คน พร้อมกันเริ่มทำงานในเวลาทุ่มเศษ ได้เอาเหล็กปลายแหลมเหมือนเหล็กขุดชาฟท์ 3 อัน พร้อมกับเชือนมนิลาหนึ่งเส้นยาว 4 วา แล้วค้อน 8 ปอนด์หนึ่งอัน ได้ทำการขุดที่กรมศิลปากรได้กลบเอาไว้ ได้ขุดศิลาขึ้นมาลึกลงไปประมาณ 1 วาเศษ ได้เห็นศิลาทำเป็นวงกลมไว้ในระยะใจกลางตัวพระปรางค์ ได้เห็นปล่องทำด้วยเนื้อโลหะเป็นวงกลมขนาดเท่าลำไม้ไผ่อย่างใหญ่ ตอนกลางต้องขุดลงตามปล่องลงไปประมาณ 3 เมตรเศษ ก็สุดปล่อง ได้พบปูนเพชรทำอย่างชนิดแข็งมากทำเป็นวงกลมมีรูตรงกลาง แล้วปล่องอยู่ในรูนั้นได้ถอดเอาปล่องนั้นออก แล้วจึงได้เปิดเอาปูนเพชรนั้นออก ได้พบซุ้มลวงเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตอนมุมสี่เหลี่ยมมีรูทางทิศตะวันออก รูกว้างในยาว 4 นิ้วเศษ เป็นแผ่นหินอ่อนปิดอยู่ กว้างเท่ากับตัวกรุหนาในราว 2 คืบ ผมได้เอาค้อน 8 ปอนด์ตีลงไป ได้ทำการตีอยู่เป็นเวลา 3 ชั่วโมงเศษ จึงได้ทะลุลงไป ผมใช้ไฟฉาย ๆ ลงไปดูในกรุนั้น เห็นเป็นเครื่องทอง พอทะลุลงไปเป็นรูปกรุสี่เปลี่ยมทำด้วยศิลาเอาปูนทาไว้แล้วเขียนเป็นภาพน้ำมัน พอลงไปข้างล่างผมจึงใช้ให้เพื่อนของผมอีกคนหนึ่งลงไปข้างล่าง ที่ข้างล่างนั้นมีโต๊ะสำริด 3 ตัว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกตัวหนึ่ง ทางทิศเหนือตัวหนึ่ง ทางทิศใต้ตัวหนึ่ง ตอนกลางของตัวกรุนั้นทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้างในราว 1 วาเศษ ข้างบนแท่นศิลาตรงกลางกรุนั้น มีถาดทองคำ 3 ใบ ข้างบนถาดนั้นมีกระโถนทองคำ 4 ใบ วางอยู่บนถาดนั้น มีไข่มุกเจาะเป็นรูอยู่เต็มกระโถนทั้ง 4 ลูกนั้น ยังมีตลับทองคำอีกหลายใบวางอยู่ข้างแท่นสี่เหลี่ยมนั้น เป็นร่องสี่เหลี่ยมเหมือนกัน มีแหวนประมาณ 2000 กว่าวง เพราะในนั้นกว้างมาก ข้างบนของแท่นนั้นมีโต๊ะสำริด 3 ตัว บนโต๊ะนั้นทางทิศเหนือมีพระแสงทองคำปักไว้ข้างขอบโต๊ะนั้นทางเหนือ บนโต๊ะทองเหนือมีเสื้อทองคำอยู่ 8 ตัว และมหามงกุฎอีกอันหนึ่ง กว้างประมาณ 1 ศอก สูง 2 ศอกเศษ บนยอดของมหามงกุฏมีหัวมุกดาหาร 1 หัว ขนาดเท่าไข่ห่าน มีจอกทองคำหลายลูก เป็นทองคำประดับด้วยทับทิม และมงกุฏพระราชินี 3 อัน วางไว้บนโต๊ะนั้น ตลับทองคำ 12 ใบ ฝาตลับมีหัวทับทิมหัวใหญ่เท่าเม็ดข้าวโพดทุกใบ บนโต๊ะทางทิศตะวันออกมีมหามงกุฏราชินี 5 อัน วางไว้ข้างบนโต๊ะนั้น และตลับทองคำประดับหัวทับทิม 20 ใบ จอกหลายใบ เสื้อทองคำของพระมหากษัตริย์ 3 ตัว เรือหงษ์ 1 ลำ เป็นทองคำ คนพายเรือทองคำ และพระพุทธรูปทองคำ 20 องค์ กระบวยทองคำ 8 อัน โหล 4 ใบ ทำด้วยหินสีขาว พร้อมม่านทองคำขึงท้องพระโรงก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง โต๊ะทางทิศใต้ ข้างบนโต๊ะมีพระพุทธรูปทองคำ 25 องค์ ตลับทองคำ 13 ตลับ ฝาตลับประดับด้วยทับทิมสีแดง พระแก้วยืนสีน้ำผึ้ง 7 องค์ พระแก้วนั่งสีขาว 5 องค์ พระมหามงกุฏราชินี 8 อัน พระแก้วมรกต 4 องค์

ทางด้านทิศตะวันตกมีผ้าพับไว้อย่างดีมากมาย เมื่อไปถูกเข้าก็ป่นเป็นผงไปหมด แล้วมีพระทองคำ 3 องค์ หน้าตักกว้าง 1 ศอก ตันด้วย หนักในราวประมาณ 4 กิโลกรัม พระนาคนั่ง 12 องค์ หน้าตักกว้าง 1 คืบเศษ พระพุทธรูปทำด้วยทอง นาก เงิน 8 องค์ พระปั๊มทองและเงิน 2 กระสอบ พระแก้วยืน 16 องค์สีขาว มีพระราชรถหนึ่งคัน มีม้าเทียบคู่หนึ่ง ทำด้วยทองคำ มีขวด 6 ลูก ทำด้วยหินสีขาว มีแหวนในนั้นเต็มขวด และเศษทองคำอีกมากมายประมาณ 10 กระสอบ พอเห็นของพวกนี้แล้วพวกเราพูดกันว่า พวกเรารวยกันแล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงานมาได้ใช้เทียบไขจุดส่องดูในกรุนั้น เพราะเทียนไขแสงสว่างดีกว่าอย่างอื่น ได้ลำเลียงส่งของอยู่เป็นเวลา 4 ชั่วโมงเศษ ได้เริ่มขุดเป็นเวลา 2 คืนครึ่ง ขนของขึ้นยังไม่ทันหมดดี เพราะพวกข้างนอกเอาของที่ลำเลียงไปไว้ที่บ้านหมด เหลือคนอยู่ในกรุ 2 คน ผมเห็นว่าไม่ค่อยดีจึงให้คนทั้ง 2 ขึ้นกันหมด เพราะขณะนั้นฝนตกมาก หนทางที่ขึ้นนั้นรอบต้นไม้ยังเห็นเป็นรอยเท้ามากมาย ขณะที่คนทั้ง 2 ยังขึ้นของไม่หมด เพราะแหวนยังอยู่อีกมาก หัวทับทิม เศษทอง และรูปช้างม้าทองคำยังอยู่อีกมากมาย หัวทับทิมก็ยังอยู่อีกมากมาย คนทั้งสองเห็นว่าจะเสียท่าพวกข้างบน จึงได้รีบขึ้นมาจากกรุตรงไปที่บ้านคนที่อยู่ทางข้างเจดีย์เจ้าอ้าย เจ้ายี่ ของทั้งหมดนี้ได้แบ่งกันคนละ 2 กิโลครึ่ง พวกที่ไปขุดด้วยมีด้วยกัน 20 คน เช่นมีพี่น้องก็ไปบอกให้มาเอาส่วนแบ่ง กลายเป็นคนได้รับส่วนแบ่งรวม 30 กว่าคน ถึงกับจะฆ่าจะแกงกัน พอของมาถึงบ้านแล้วได้จดรายชื่อไว้ แล้วเอากิโลมาชั่งแบ่งของกัน จำพวกมหามงกุฎหรือของใหญ่ ๆ ไม่ได้แบ่งกัน ของที่เหลือเช่น พระแสง ราชรถ เรือหงส์ ของอย่างอื่นอีกหลายอย่างที่กองเอาไว้เพราะของที่แบ่งกันนั้นได้ไปหมดทุกคนแล้ว มีคนอีกคนหนึ่งได้ยืนขึ้นแล้วบอกว่าจะเอาอย่างไรก็เอากันเถอะ พวกทั้ง 30 กว่าคนได้ชักมีดชักปืน ต่อจากนั้นมาก็เลยแย่งกันจนล้มไปทับเอาเด็กเล็ก ๆ ที่อยู่ในบ้านนั้นร้องขึ้น พอได้รับส่วนแบ่งแล้ว เอาห่อผ้าขาวม้าคนละ 2 ห่อ พอมาตามทางก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมไว้ได้บ้าง และหนีหลุดรอดไปได้บ้าง พอรุ่งเช้าวันที่ 28 ตำรวจก็ได้จับกุมหัวหน้าคุมขุดกรุวัดราชบูรณะ ซึ่งพอได้มหามงกุฏมาถึงบ้านแล้วก็เอามาสวมใส่แล้วถือพระแสงดาบออกมารำเล่นพร้อมกับลูกชายแถว ๆ ตลาดหัวรอ ตำรวจไล่จับข้าวของตกเรี่ยราดตามถนน พวกชาวบ้านเก็บได้กันก็มากมาย บางคนถึงกับไปขายแล้วปลูกบ้านได้อย่างใหญ่โตก็มี บางคนแทบจะเป็นบ้าเป็นหลังไปเพราะความเสียดาบของที่ได้มาแล้วไปฝากพี่น้องไว้ เขายักยอกเอาไปจนเกือบหมด ที่มาเป็นของกลางนั้นนิดหน่อย .... "

จากข้อมูลหลักฐานดังกล่าว ก็พอจำแนกให้เห็นเครื่องทองที่ขุดได้จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะได้เป็น 4 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 คนร้ายขุดได้แล้วแบ่งสันปันส่วนกันคนละ 2.5 กิโลกรัม จำนวน 30 คน รวมเป็นทองคำหนักประมาณ 75 กิโลกรัม

สวนที่ 2 เป็นเครื่องทองที่เป็นของกลาง เนื่องจากเป็นสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ มิได้แบ่งกัน มีน้ำหนักประมาณไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม

ส่วนที่ 3 เป็นเครื่องทองส่วนที่กรมศิลปากรขุดหาได้ภายหลัง คือเหลือเดนจากคนร้าย มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 2121 ชิ้น เฉพาะสิ่งของที่ทำด้วย ทอง นาก เงิน และเพชนนิลจินดา มีน้ำหนักรวม 10919.5 กรัม ส่วนสิ่งของที่จับยึดคืนได้จากคนร้ายนั้นรวมทองหนัก 19104.5 กรัม มีราคาเฉพาะทองรูปพรรณและค่ากำเหน็จอย่างราคาปานกลางประมาณ 1,185,270 บาท ซึ่งตีเป็นมูลค่าไว้เมื่อ พ.ศ. 2500 ตามราคาท้องตลาด มิได้รวมค่าทางศิลปกรรมไว้ด้วย ทั้งนี้รวมทั้งเศษทองคำที่ร่อนได้จากดินและทรายที่ขนขึ้นมาจากกรุ รวมเป็นทองหนัก 60 บาท พลอยหัวแหวนและเส้นทับทิมหนัก 1,800 กรัม แก้วผลึกชนิดต่าง ๆ หนัก 1,050 กรัม และลูกปัดเงินกับทับทิมปนกันหนัก 250 กรัม

ส่วนที่ 4 เป็นเครื่องทองส่วนที่ตกหล่นสูญหาย ถูกยักยอกระหว่างที่พวกคนร้ายลำเลียงออกจากกรุ และกระจัดกระจายไปซื้อขายถ่ายทอดไปสู่บุคคลต่าง ๆ ซึ่งจากการได้สืบถามจากบุคคลที่รู้เรื่องดีอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ทั้งหมด จากนักค้าของเก่า และนายเทพ สุขรัตนี อดีตวัฒนธรรมจังหวัด และหัวหน้าหน่วยศิลปากรที่ 1 ประมาณได้ว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม และเครื่องทองที่ตำรวจยึดคืนมาได้จากคนร้ายนั้น มีไม่ถึง 1 ใน 10 ส่วน เท่านั้น

ที่มา : ภาพและข้อมูลจาก หนังสือ เครื่องทองสมัยอยุธยา กรมศิลปากร 2548

รวมภาพพระเครื่องทองคำ กรุวัดราชบูรณะ จ.อยุธยา คลิ๊กตรงนี้

รวมภาพเครื่องทอง กรุวัดราชบูรณะ คลิ๊กตรงนี้



พระเครื่อง สิ่งสะสม ทุกรายการ รับประกันความแท้ และ ความพอใจ
Copyright www.collection9.net All Rights Reserved.